ภาษาไทย | English   
       
ค้นหา:
 
   เข้าสู่ระบบ!!  Mobile        รถเข็น   

   
เปิดเวบเมื่อ
30/10/2547
ปรับปรุงเวบเมื่อ
27/10/2563
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด
892
0125545007503



   

ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (892)
 Made in Thailand สินค้าเครื่องมือผลิตในประเทศไทย
 สินค้าโปรโมชั่นประจำเดือน
Air Shower And Pass Box
Auto Pipette ปิเปต
Accessory สินค้าอื่น ๆ
 Autoclave หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ
Anemometer เครื่องวัด ความเร็วลม ปริมาตรลม
atomic absorption เครื่องวิเคราะห์โลหะหนัก AAS
Amylose ชุดทดสอบ อะไมโลส ในข้าวหอมมะลิ
Brix Salt เครื่องวัดความหวาน เครื่องวัดความเค็ม
Centrifuge เครื่องเหวี่ยงตกตะกอน
Consumer Product สินค้าสิ้นเปลือง, พลาสติก แก้ว
Citric Meter เครื่องวัดความเปรี้ยว กรดผลไม้
Conductivity Meter เครื่องวัดความนำไฟฟ้า
Cart รถเข็น แสตนเลส
Color Meter LIGHT BOX เครื่องวัดสี
colony counter
Data Logger เครื่องเก็บข้อมูล เครื่องบันทึก
Cooling Bath Circulating อ่างน้ำ ทำความเย็น
Desiccator ตู้ดูดความชื้น ตู้ควบคุมความชื้น
Design by order สินค้าสั่งทำพิเศษ
Disolve Oxygen Meter เครื่องวัดออกซิเจนในน้ำ
Dehumidifier เครื่องลดความชื้นอากาศในห้อง
Electronic Balance เครื่องชั่งน้ำหนัก ดิจิตอล
Evaporator เครื่องกลั่น ระเหยแห้ง
Environmental Equipment สิ่งแวดล้อม
Freezer ตู้แช่ ตู้เก็บตัวอย่าง ตู้เย็น
Fermentor ถังหมัก
Fume Hood Laminar Flow ตู้ดูดควัน
Grinding , Milling เครื่องบด
Glass ware Plastic เครื่องแก้ว อุปกรณ์ สิ้นเปลือง
GAS Detector เครื่องวัดก๊าซ
Gloss Meter เครื่องวัดความเงา มันวาว
Gas Chromatograph GC แก๊ส โครมาโตกราฟ
Growth Chamber ตู้เพาะเมล็ดพืช
HPLC เครื่องแยกสารความดันสูง
Hotplate เตาความร้อน
Heating Mantle, Block เตาความร้อนแบบหลุม
Incubator ตู้บ่มเชื้อ
Jar Test
LUX METER LIGHT METER เครื่องวัดแสง
Leak Tester,Packing Seal Test ทดสอบรอยรั่ว
Muffle Furnace เตาเผาความร้อนสูง
Moisture Meter เครื่องวัดความชื้น
Microscope CCD กล้องจุลทรรศน์
Oven ตู้อบ ตู้อบความร้อน ตู้อบไฟฟ้า ตู้อบแห้ง
Physic experiment ชุดทดลองทางฟิสิกส์
Particle Counter
Polarimeter โพลาริมิเตอร์
Pharmazutical เครื่องทดสอบสำหรับโรงงานผลิตยา
pH Meter เครื่องวัดกรด ด่าง
Spectrophotometer สเปกโตรมิเตอร์ สเปกโตสโกปี
Salt TDS Metrเครื่องวัดความเค็ม
Sensors หัวตรวจวัด อุปกรณ์ วิทยาศาสตร์
Service บริการ ซ่อม ดัดแปลง ให้คำแนะนำ เครื่องมือ
Sound Level Meter เครื่องวัดเสียง ความดังเสียง
Secondhand สินค้ามือสอง มีตำหนิ สินค้าสาธิต
Stirrer เครื่องกวนสาร
Soil Testing เครื่องทดสอบสภาพดิน
Testing Instruments NDT เครื่องทดสอบแบบไม่ทำลาย
Temp- Humid Chamber ตู้ควบคุมสภาพแวดล้อม
Thermometer Temperature Meter เครื่องวัดอุณหภูมิ
Tachometer เครื่องวัดความเร็วรอบ
Thickness Coating Meterเครื่องวัดความหนา ผิวเคลือบ
Turbidity เครื่องวัดความขุ่น
Thermo -Hygro Meter Display อุณหภูมิ-ความขื้น
Testing Material Instrument เครื่องทดสอบวัสดุ
Testing Machine Instruments เครื่องทดสอบวัสดุ Test
Ultrasonic Bath Cleaner เครี่องล้างความถี่สูง
Vacuum/Pressure Pump ปั้มสูญญากาศ ปั้มอัดอากาศ
Viscometer เครื่องวัดความหนืด
Video Borescope
Water Bath, Oil Bath อ่างน้ำร้อน
Water Distill Deionizer เครื่องกลั่นน้ำ
Weather Station ชุดอุตุนิยมวิทยา
Exhibition งานแสดงสินค้า





กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



     


   









บทความ
นิติบุคคลหมู่บ้าน สยาม เมือง ยิ้ม (อ่าน 9556/ตอบ 0)
นิติบุคคล หมู่บ้าน สยาม เมือง ยิ้ม
คนไทยเห็นแก่ตัว ใช่ครับผมเป็นคนเห็นแก่ตัว 

ในหมู่บ้านขนาดใหญ่ ประมาณ 1000 หลัง ที่จะต้องมีการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ไฟฟ้า ขยะ  รปภ ยาม  ทางเข้า ออก สนามเด็กเล่น ในสังคมแบบคนไทย มีเงื่อนไขมากมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะทำให้คนหมู่มาก อยู่ด้วยกันอย่าง มีความสุข ไม่ใช่เรื่องง่าย 

ปีแรกๆ ที่เสียเงินค่าสาธารณูปโภค เดือนละ 300 บาท ผมเห็นแก่ตัวสูงสุด ไม่เคยจ่ายค่าสาธารณูปโภค ให้หมู่บ้านอื่นเลย สักครั้ง ผมจ่ายแบบล่วงหน้า 12 เดือนให้หมู่บ้าน สยาม เมือง ยิ้ม  แน่นอนผมเห็นแก่ตัว หากหมู่บ้านที่ผมอาศัย ไม่มี ไฟฟ้า เก็บขยะ ยามรักษาความปลอดภัย บ้านผมก็จะเกิดความเสี่ยงมากมาย ดังนั้นผมจึงเห็นแก่ตัวมากเป็นพิเศษ 

 ต่อมาบ้านผมโดนยกเค้าตอนกลางวัน หมดไปหกหมื่นกว่า  ผมยิ่งต้องเห็นแก่ตัวมากขึ้น ทั้งๆที่ยามมี 13 คน ยืนเคารพรถทุกคันที่ผ่านเข้าออก จดทะเบียน ขอบัตรประชาชน รวมทั้งรถที่เข้ามายกเค้าบ้านผม ผมก็ยังจ่ายล่วงหน้า 12 เดือนต่อไป เพราะผมเห็นแก่ตัวและคิดว่า ขนาดมียามแบบนี้บ้านยังโดนยกเค้า หากไม่มียาม บ้านผมจะแย่ขนาดไหน 

ต่อมาผมสมัครเป็นกรรมการหมู่บ้าน ผมก็จ่ายล่วงหน้า 12 เดือนต่อไป เพราะยังเห็นแก่ตัว แต่เมื่อทำงานผ่านไประยะหนึ่ง การทำงานและนโยบายดูไม่เป็นไปตามความคิดเห็นเสนอแนะของผม จึงได้ลาออกจากการเป็นกรรมการ แต่ช่วงที่เป็นกรรมการ ผมเห็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รายรับที่ได้แบบกระท่อนกระแท่น และการเก็บค่าสาธารณูปโภค แบบที่ใครไม่จ่ายก็ลืมๆกันไป พออยากมาจ่ายก็บอกกรรมการ" ให้ลืมๆ เดือนที่ผ่านมา ไม่งั้นไม่จ่าย" และกรรมการก็ลืมๆกันไปเพื่อเอาใจลูกบ้าน ดูแล้วการเก็บค่าสาธารณูปโภคคงขาดทุน  ทำให้ดำเนินการบริหารหมู่บ้านยากมาก ผมจึงเริ่มเห็นแก่ส่วนรวม โดยลาออก และเริ่มจ่าย 3 เดือนย้อนหลัง แทนการจ่ายล่วงหน้า 12 เดือน
 
ต่อมามีการบริหารโดยกรรมการชุดใหม่ ก็ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคนจ่าย 300 บาท มีน้อยกว่าคนไม่จ่าย ทำไมคนส่วนมากจึงไม่จ่าย ? 

คนในหมู่บ้านมี 4 เหล่า 

1 เป็นบัวใต้ดิน ยากจนจริง ๆ ไม่มีปัญหาจ่ายค่าสาธารณูปโภค หารายได้ 1 คน หาเช้ากินค่ำ ต้องเลี้ยงลูก 4-5 คน พวกนี้ มีน้อยมาก และจริงจะเป็นผู้เช่าเสียมากกว่าเป็นเจ้าของบ้าน 
2 เป็นบัวเหนือดิน ยังอยู่ใต้น้ำ เป็นบ้าน ไม่จน แต่ไม่อยากจ่ายด้วย เหตุผล มากมาย เช่นเป็นเจ้าของบ้านให้เช่า     ราคา 300 บาทแพงไป    ไม่ชอบหน้ากรรมการ     แกล้งจนไม่มีจ่าย   แต่มีรถยนต์ขับ   พวกนี้มีมาก เป็นพวกเห็นแก่ส่วนรวม  
3 เป็นบัวปริ่มน้ำ เป็นบ้านที่ พอมี แต่จะจ่ายเมื่อมีการบีบบังคับ เช่น ไม่ยกไม้กันรถเข้าหมู่บ้าน ไม่เก็บขยะ    พวกนี้ก็มีมาก เป็นพวกเห็นแก่ส่วนรวม 
4 เป็นบัวพ้นน้ำ เป็นบ้านที่จ่ายอย่างดี จ่ายทุกเดือน จ่ายล่วงหน้า จ่ายย้อนหลัง เป็นจำพวกคนเห็นแก่ตัว แต่ไม่เอาเปรียบคนอื่น เพราะกลัวขโมยมายกเค้าบ้านตัวเอง กลัวไม่มีคนมาเก็บขยะที่บ้าน ไม่มีคนมากวาดใบไม้หน้าบ้าน พวกนี้มีน้อย ถึงน้อยมากๆ และเป็นพวกมีแนวโน้มหรือพร้อมจะไปเป็น ข้อ 3 ได้ตลอดเวลา หากไม่ชอบการบริหารงานของกรรมการ คือจากเป็นพวกคนเห็นแก่ตัว ไปเป็นเห็นแก่ส่วนรวม

กรรมการที่เข้ามาแต่ละรุ่นต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นคนดี ที่เสียสละ แรงกาย แรงใจ เวลา ให้กับหมู่บ้านอย่างมาก แต่ทำไม ไม่สามารถแก้ปัญหา ให้รายรับมากว่า รายจ่ายได้ แต่ละรุ่นที่ตามมามีแนวโน้มจัดเก็บขาดทุนมากขึ้น มากขึ้น
ในความเห็นของผม ไม่มีกรรมการท่านใดในทุกชุดที่เข้ามาโกงกิน เพียงแต่การใช้เงินผิดประเภทมากกว่า และหาเงินไม่เป็น เป็นแต่ใช้เงินผิดที่ผิดทาง อ่านงบการเงิน ทำบัญชีไม่เป็น

กรรมการรุ่นใหม่เข้ามาก็ ประกาศ ว่ากรรมการชุดเก่าโกง กิน จนขาดทุน 

กรรมการรุ่นใหม่เข้ามาก็จะบอกว่า ของเก่า เป็นอย่างไร ใครไม่จ่ายไม่เป็นไร  ให้เริ่มเก็บกันใหม่ 

กรรมการรุ่นใหม่เข้ามาก็จะใช้จ่าย ตามที่ตัวเองคิดได้ ไม่สนใจการบัญชี รายรับ รายจ่าย เจ้าหนี้ ลูกหนี้ บางชุดขาดทุนตั้งแต่เดือนแรกที่เข้ามาบริหาร ก็ยังใช้เงินแบบ ไม่คิด

การที่ลูกบ้านไม่จ่าย ค่าสาธารณูปโภค ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ เช่น ไม่ยกไม้ให้รถเข้าหมู่บ้าน ( ทำไม่ได้ เพราะทางเข้าออกเป็นทรัพย์สินส่วนร่วม ) พูดจาเสียดสี ( ทำไม่ได้ เพราะเป็นการหมิ่นประมาท ให้ร้ายบุคคล )  ตัดน้ำ ตัดไฟ ( ทำไม่ได้เพราะ เป็นการละเมิดทรัพย์สิน ) แทบจะทำอะไรไม่ได้เลยกับคนที่ไม่จ่าย เพราะหากทำตามอารมย์ที่ต้องการก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย 

กรรมการบางคน เสนอความคิดแบบ เพ้อฝันว่าอยากให้คนในชุมชนรักกัน แบบสุโขทัย พ่อปกครองลูก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ มีน้ำหน้าบ้านให้คน เดินผ่านไปมาตักกิน 

กรรมการบางคน เสนอให้ติดกล้อง CCTV ทุกซอย ติดทางออก หมู่บ้าน ติดทุกซอย  เพื่อจะได้รู้ว่าขโมยไป ซ้ายหรือขวา เสียเงินโดยไม่สามารถทำให้คนไม่จ่าย อยากกลับมาจ่าย หรือบังคับให้จ่าย หรือให้กล้อง 2 กล้องส่องกันเอง เผื่อหายจะได้รู้ว่าใครมาขโมย ( หลังจากติดกล้อง  มีขโมยเข้าหมู่บ้านหลายครั้ง กล้องไม่สามารถระบุเวลา ไม่สามารถระบุรถที่เข้ามา ไม่รู้ว่ารถวิ่งไปซ้ายหรือขวาจะได้แจ้งตำรวจได้ ) 

กรรมการบางคนไม่สนใจลูกบ้านที่จ่ายเงินค่าสาธารณูปโภคอย่างดี ไม่สนใจขอเสนอแนะ ที่มีคุณค่า แต่ให้ความสำคัญกับคนที่ไม่เคยจ่าย แต่จะเข้ามาจ่าย เดือนที่ 12 แล้วบอกว่า 11 เดือนที่ผ่านมาแล้วกันไป ไม่ต้องจ่าย แถมยังยอมรับเงินค่าสาธารณูปโภคแบบนี้ ( เป็นการสอนให้ลูกบ้านเรียนรู้ว่าทำได้ ) 

กรรมการบางคนสนใจหาเรื่องจ่ายเงิน แบบสร้างเหตุผลให้มีการใช้เงินมากขึ้น แต่ไม่เกิดประโยชน์ ที่จะทำให้คนที่ไม่จ่ายกลับมาจ่ายเงิน  ( เช่นกรรมการชุดก่อนทำป้ายจากราคา 5 บาท ( เวียนกลับมาใช้ได้อีก ) กรรมการชุดใหมทำใหม่สวยดูโกหรู เป็น 15 บาท และไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ) 

กรรมการบางคนเสนอให้ออกไปกดดันคนที่ไม่จ่าย แบบโซเชียลแซงชั่น ถือโทรโข่งไปประจาน ตามซอย 

การบริหารหมู่บ้านเหมือนกับ ร้านขายก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นน้ำใส ( ตัวเลขที่เห็นเป็นการสมมติ แบบว่าไกล้เคียงความจริงมากที่สุด )

1 ต้นทุนคนทำก๋วยเตี๋ยว ( ธุรการนั่งเก็บเงิน 1 คน ) ( 8500 บาท ) (กรรมการไม่คิด เพราะไม่มีเงินเดือน )
2 คนทำลูกชิ้น (รปภ ยาม ) ( คนละ 9000 บาท ใช้ยาม 10 คน เป็นเงิน 90000 บาท )
3 ผัก ถั่วงอก ( ค่าขยะ ) ( 20000 บาท )
4 น้ำซุบ ( ค่าไฟฟ้า ) ( 20000 บาท )
5 พริกน้ำปลา ( ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ) ( ไม่แน่นอน ) 
6 เส้นก๋วยเตี๋ยว ( ค่าคนกวาดถนน ) (คนละ 300 บาทต่อวัน )

แค่ 4 รายการแรกก็ต้องลงทุนไปแล้ว 138000 บาท สมมติว่า ประมาณการ แต่ละเดือนลงทุน 160000 บาท ต่อเดือน
ทุกเดือนกรรมการต้องทำก๋วยเตี๋ยว 1000 ชาม ชามละ 300 บาท ไม่ว่าลูกบ้าน จะกินหรือไม่กิน กินอร่อยหรือไม่อร่อย 
จะกินแล้วจ่ายหรือกินแล้วไม่จ่าย หรือจ่ายก่อนกิน กรรมการก็ต้องทำก๋วยเตี๋ยว ชามละ 160 บาท เป็นต้นทุน ปัญหาของการบริหารหมู่บ้าน ก็เหมือนการทำก๋วยเตี๋ยวขาย เก็บไม่ได้ ไม่มีของเหลือ เดือนถัดไปก๋วยเตี๋ยวก็เน่า เสียนำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ค่าใช้จ่ายของการบริหารหมู่บ้าน ก็หมดไป นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ เหมือนกัน ที่สำคัญ คนที่กินแล้วไม่จ่ายไม่ใช่ลูกหนี้ เป็นธุรกิจที่ทำก๋วยเตี๋ยวออกมาเท่าไรขายได้หมด แต่เก็บเงินแบบกระท่อนกระแท่น รายรับ ไม่ถึง 40 % 

ลูกบ้านบอกว่าไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยว เพราะไม่ได้มาอยู่เลย ปีหนึงมา 2 หน เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่า ไม่อยากกินเส้น เพราะไม่มีคนมากวาดถนน ไม่มีคนมาตัดต้นไม้เลย เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่า ไม่อยากกินลูกชิ้น เพราะไม่มีรถขับ ไม่ได้ใช้บริการยกไม้ของยาม เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่า ไม่อยากกินน้ำซุบ เพราะไม่มีหลอดไฟแสงสว่างที่หน้าบ้าน เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่า ไม่อยากกินผัก  เพราะมีขยะน้อยมาก เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่า ไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวที่กรรมการทำเลย ได้แต่กลิ่นโชยมา น้ำซุบ เพราะได้แสงสว่างหน้าบ้าน เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่า คนทำก๋วยเตี๋ยว ไม่อร่อยเพราะพูดจาไม่ดี  เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่ากินก๋วยเตี๋ยว ทุกเดือน แต่จ่ายเดือน สุดท้ายของปีได้ไหม ถ้าไม่ได้  เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตี๋ยว ไม่อร่อย และยังแพงมากไป ลดเหลือ 150 บาทได้ไหม ถ้าไม่ได้  เลยไม่จ่าย  
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตี๋ยว ไม่ใส่เส้นได้ไหมถ้าไม่ได้   เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตี๋ยว ไม่ใส่น้ำได้ไหมถ้าไม่ได้   เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว ไม่ใส่ลูกชิ้น ได้ไหมถ้าไม่ได้   เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตี๋ยว ไม่ใส่ผัก ถั่วงอก ได้ไหม ราคาจะได้ลดลง ถ้าไม่ได้   เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่า คนอื่นที่กิน  ก๋วยเตี๋ยว ไม่เห็นต้องจ่ายเงินเลย ก็ยังเห็นกินทุกเดือน ทำไมเขาต้องจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวด้วย    เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่าที่กินก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องจ่าย เพราะเป็นผู้เช่า ให้ไปเก็บเจ้าของบ้าน  เลยไม่จ่าย
เจ้าของบ้านบอกว่าก๋วยเตี๋ยว ไม่เคยกิน ให้ไปเก็บกับคนเช่า เพราะเป็นคนกิน  เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตี๋ยว ของเขาไม่ใส่ลูกชิ้น บ้านอื่นได้ลูกชิ้น เสันมากกว่า ทำไม่จ่ายเท่ากัน ( บ้าน 16 ตรว. กับบ้าน 100 ตรว. จ่ายเท่ากัน ) ลดราคาได้ไหมถ้าไม่ได้   เลยไม่จ่าย
ลูกบ้านบอกว่ากินก๋วยเตี๋ยว  โต๊ะ ไม่สะอาด ( หมาขี้หน้าบ้าน ) ....................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่ากินก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่เคยมาบอกว่าต้องจ่ายเงิน ( ไม่ได้รับข่าวสาร )..........เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย 
ลูกบ้านบอกว่าก๋วยเตียว  ....................................................................................................เลยไม่จ่าย

ข้อมูลจากลูกบ้านไม่ชำระค่าบริการส่วน กลาง
รายได้ไม่แน่นอน
ความไม่น่าเชื่อถือของคณะกรรมการ
ไม่พอใจในส่วนบริการ 
ไม่เห็นด้วยกับการทำงาน ของกรรมการ
ความไม่แน่นอนของการคงอยู่ของคณะกรรมการ
เจ้าของบ้านจ่าย ผู้เช่าไม่จ่าย
เศรษฐกิจไม่ดี
รอกรรมการชุดใหม่
อยากให้ลดราคา 
รอดูเหตุการณ์ ของกรรมการชุดใหม่
ลังเลการจ่ายเงินจากการที่กรรมการจะยุติการดำเนินงาน
ไม่ว่างไปจ่าย
ไม่พอใจการดำเนินงาน
ไม่ค่อยอยู่บ้าน
อยากให้มาเก็บเงินที่บ้าน ( ร้านค้า )
การเจรจา สื่อสาร 
กวาดขยะ เก็บทิ้งขยะเอง
ไม่จ่ายตามคนอื่น
ข้อแนะนำ และคาดหวัง
ลดค่าบริการลง ( 150, 200 , 250 )
จ่ายเงินแล้วไม่มีใบเสร็จ
ประนอมหนี้เก่า
ให้พยายามลดค่าใช้จ่ายบริหารลง
ไฟทางดับไม่แก้ไข
ไม่เก็บกิ่งไม้ 
การจ่ายสติกเกอร์รถยนต์
ขอถังดับเพลิง
การกวาดขยะแบบ ซุกในที่ลับ ไม่เรียบร้อย
รถจอดหน้าบ้าน
อยากให้มีลูกระนาด เพิ่ม
กรรมการอ่อนประชาสัมพันธ์
ได้ประโยชน์จากการบริการไม่เท่าบ้านใน รั้ว
การเก็บเงินเจรจาไม่ดี
ให้เดินเก็บเงินตามบ้าน
คิดราคาบริการเป็นพื้นที่ ไม่ใช่หลัง
ขโมยขึ้นบ้าน
ขอถังขยะคืน
ปรับปรุง สถานที่พักผ่อน ลู่วิ่ง
การปฎิเสธการทยอยจ่ายย้อนหลัง
จ่ายเท่าในหมู่บ้านแต่ได้รับบริการน้อยกว่า
ต้นไม้บังเสาไฟแสงสว่าง
เรื่องมูลสัตว์ หมาขี้หน้าบ้าน
ขยะเก็บไม่ดี
รถไม่มีสติเกอร์ควรแลกบัตร
ให้มีการจับรางวัลเลขท้ายจากใบเสร็จรับเงิน
เสียงตามสายฟังไม่รู้เรื่อง
การขอความเห็นจากลูกบ้านในการจัดซื้อ นอกงบปกติ
ไม่ควรมีการลดหนี้
แยกประเภทลูกบ้านชั้นดี 
ไม่ได้รับบริการ มาตลอด ที่ไม่จ่ายค่าบริการ จะเก็บเต็มย้อนหลังไม่ได้

 ลูกบ้านไม่จ่ายเลย กรรมการหมู่บ้านจะทำอะไรได้ ?? ไม่มีอะไรมารองรับเลย กฏหมายก็ไม่รองรับ จะไปท้าตีท้าต่อยก็ไม่ใช่เรื่อง จะไปกดดันก็ไม่ได้เรื่อง 

ทำอย่างไรจึงจะทำให้การบริหารหมู่บ้าน สามารถดำเนินการต่อไปได้  ?????????
การประเมิณกำไร ขาดทุน ตัวเลขประมาณการ

  ยอดเงิน จำนวน ยอดรวม
เงินเดือนธุรการ 8500 1 8500
เงินเดือนรปภ. 9000 9 81000
เงินเดือนคนกวาดถนน 7000 3 21000
เงินค่ารถเก็บขยะ 20000 1 20000
เงินค่าไฟฟ้า 20000 1 20000
เงินจ่ายอื่นๆ  10000 1 10000
 
ยอดทุนรวม  160500
 

 
หากเก็บเงินได้ 1000 หลัง หลังละ 300 บาท    
  300 1000 300000
 

 
    กำไร 139500












  ยอดเงิน จำนวน ยอดรวม
เงินเดือนธุรการ 8500 1 8500
เงินเดือนรปภ. 9000 9 81000
เงินเดือนคนกวาดถนน 7000 3 21000
เงินค่ารถเก็บขยะ 20000 1 20000
เงินค่าไฟฟ้า 20000 1 20000
เงินจ่ายอื่นๆ  10000 1 10000
 
ยอดทุนรวม  160500
 

 
หากเก็บเงินได้500 หลัง หลังละ 300 บาท    
  300 500 150000
 

 
    ขาดทุน  -10500












  ยอดเงิน จำนวน ยอดรวม
เงินเดือนธุรการ 8500 1 8500
เงินเดือนรปภ. 9000 9 81000
เงินเดือนคนกวาดถนน 7000 3 21000
เงินค่ารถเก็บขยะ 20000 1 20000
เงินค่าไฟฟ้า 20000 1 20000
เงินจ่ายอื่นๆ  10000 1 10000
 
ยอดทุนรวม  160500
 

 
หากเก็บเงินได้ 300 หลัง หลังละ 300 บาท    
  300 300 90000
 

 
    ขาดทุน  -70500

การชำระ 300 บาท เป็นเงิน 10 บาท ต่อวัน มากหรือไม่ค่อนข้างตอบยาก ขึ้นอยู่กับฐานะแต่ละคน แต่ในการดำเนินชีวิตในประเทศไทย มีใครบ้างไม่จ่ายภาษีให้่รัฐบาล

เพียงแค่คนตื่นจากที่นอนเปิดไฟ อาบน้ำ ภาษีVATก็มาเยือนแล้ว 7% ไปร้าน 7-11 ซื้อน้ำ 107 บาท ก็ต้องส่งเสีย VAT 7 บาทให้รัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะไม่จ่ายภาษี VAT 7 % หากเราไปร้าน 7-11 บอกว่า ไม่จ่าย 7 บาทได้ไหม ???

เวลาผมขายของให้ลูกค้ามีบางส่วน มีคนถามว่าไม่เอา VAT 7% ได้ไหม ผมบอกว่า " ไม่ได้   เกิดเป็นคนไทยต้องเสีย VAT 7% ถ้าผมไม่คิด VAT 7% กรมสรรพากร ก็จะเข้ามาหาผม ขอค่าปรับซึ่งมากด้วย " ทำไมผมต้องกลัวค่าปรับ VAT 7% ผมไม่จ่าย แบบลูกบ้านที่เห็นแก่ส่วนรวมได้ไหม โดยบอกสรรพากร ว่า "  ลืม ๆ ของเก่ากันไป จะทำตัวใหม่ ส่ง VAT 7% ให้เดือนนี้ เดือนเก่า ๆ ก่อน ให้ลืมกันไป "
ผมจะบอกกับสรรพากร ได้หรือไม่ว่า "บริษัท ฯ อื่นไม่จ่าย VAT ผมก็ จะไม่จ่าย  VAT "

แน่นอนพอๆกับความตาย ทุกคนต้องส่ง VAT 7% ให้รัฐบาล
นั่นคือสาเหตุแห่งการที่หน่วยงานราชการออกกฎหมายให้มี นิติบุคคลหมู่บ้าน เพื่อการบริหารจัดการ ให้หมู่บ้านน่าอยู่ ปลอดภัย โดยให้ทุกคน มีหน้าที่และต้องรับผิดชอบการเป็ลูกหนี้


การแก้ไขปัญหาการจัดเก็บ ให้เกิดความยุติธรรม

ในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เก็บค่าสาธารณูปโภค 300 บาท ต่อหลัง

บ้านทาวเฮาส์ 16 ตรว. ก็จ่าย 300 บาท

 บ้านเดี่ยว  100 ก็จ่าย 300 บาท  

บ้านเดี่ยว 200 ตรว. ก็จ่าย 300 บาท

บ้าน 16 ตรว. ไม่มีรถยนต์ ก็จ่าย 300 บาท

บ้าน 16 ตรว. มีรถยนต์ ก็จ่าย 300 บาท

 บ้าน 200 ตรว. มีรถยนต์ 5 คันก็จ่าย 300 บาท

จะเห็นว่าอัตราการจัดเก็บไม่เป็นธรรม มาตลอด 10 ปีกว่าที่ผ่านมา การจัดเก็บควรคำนวณตามพื้นที่บ้านและที่ดิน  เช่น ค่าสาธารณูปโภค ตัวอย่างเช่น ตรว.ละ 12.50  บาท  รถยนต์คันละ 50 บาท

บ้านทาวเฮาส์ 16 ตรว. จ่าย 200 บาท เหมาะสมแก่สถานภาพ

 บ้านเดี่ยว  100 ตรว. จ่าย 1250  บาท  เหมาะสมแก่สถานภาพ

บ้านเดี่ยว 200 ตรว. จ่าย 2500 บาท เหมาะสมแก่สถานภาพ

บ้าน 16 ตรว. มีรถยนต์ 1 คัน  จ่าย 250 บาท เหมาะสมแก่สถานภาพ

บ้าน 16 ตรว. มีรถยนต์ 2 คัน จ่าย 300  บาท เหมาะสมแก่สถานภาพ

 บ้าน 200 ตรว. มีรถยนต์ 5 คันจ่าย 2750 บาท เหมาะสมแก่สถานภาพ

ที่ดินเปล่า ปรส. มีเนื้อที่ 300 ตรว. จ่าย 3750 บาท

ฟังดูยุติธรรมดี ใช่ไหมครับ แต่ ใครละจะเป็นผู้เปลี่ยนเงื่อนไข กรรมการหมู่บ้านที่มีคนมาเลือกตั้ง 50 กว่าคน ? ,  กรรมการหมู่บ้านที่มีคนมาเลือกตั้ง 150 กว่าคน ? หรือ  กรรมการหมู่บ้านที่มีคนมาเลือกตั้ง 250 กว่าคน ?  ยังไงก็ไม่เกินครึ่งของ 1000 หลัง จะมีสิทธิอะไรไปเปลี่ยนเงื่อนไขที่เคยทำมา 10 กว่าปี 300 บาท

กรรมการที่ได้รับเลือกเข้ามาแต่ละครั้งมีคนมาเลือก ไม่เกิน 200 คน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มน้อยลงเรื่อย ๆ กรรมการที่ได้มาเป็นแค่การสวมหัวโขน จะบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้หรือไม่ บ้านเดียว ที่เคยจ่าย 300 บาท ต้องมาจ่าย 2000 บาท จะบอกว่าโดนเอาเปรียบ ( แต่ในอดีตเอาเปรียบคนอื่นมองไม่เห็น ไม่พูดถึง ) ปัญหามีทางออกหรือไม่  ????

เสนอแนะ อ่านเพิ่มเติม เข้า Facebook ค้นหา พิมพ์ The Emerald Park 2 

เอกสารแนบท้าย จาก website อื่นๆ
 
การทำนิติบุคคลหมู่บ้านดีอย่างไร

ข้อดีและข้อเสีย นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

 

นิติบุคคลบ้านจัดสรร คำนี้อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนที่สร้างบ้านอยู่เอง แต่กับชมรมคนรักบ้านที่เป็นลูกค้าบ้านจัดสรร เมื่อโครงการปิดการขายได้หมดทุกยูนิตแล้วแน่นอนว่าปฏิบัติการต่อจากนั้นคือการผลักดันเพื่อจัดตั้ง "นิติบุคคลบ้านจัดสรร" เป็นทั้งภาคบังคับของกฎหมาย และเป็นภาคสมัครใจของผู้พัฒนาที่ดิน ตลอดจนลูกบ้าน

วันนี้ ประมวลข้อดีและข้อเสียมาให้พิจารณาดังนี้

 

9 ข้อดีในการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

1.รับโอนทรัพย์สินและสาธารณูปโภคในโครงการจากผู้จัดสรรที่ดินมาเป็นของผู้ซื้อบ้านทุกๆ คน อาทิ โฉนดที่ดินแปลงที่เป็นถนน ทางเท้า สวนพักผ่อน สนามเด็กเล่น เป็นต้น

2.ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนทรัพย์สินและภาษีอากรจากรัฐ ไม่ว่าในส่วนที่กรมที่ดินเรียกเก็บขณะทำนิติกรรมหรือภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี รวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร

3.เจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกรายในโครงการมีส่วนร่วม ในการบริหารงานหมู่บ้าน ตั้งแต่ออกกฎระเบียบที่ใช้ในชุมชนการออกสิทธิ ออกเสียงคัดค้าน หรือให้ความเห็นชอบในที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งการแต่งตั้งสมาชิกคนหนึ่งคนใดเป็นคณะกรรมการบริหารงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

4.ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจะได้รับการแก้ไขให้ลดน้อยลงไป ไม่ว่าจะเป็นการตั้งอุปกรณ์หาบเร่แผงลอยที่วางระเกะระกะบนถนนทางเท้า เป็นต้น เนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านมีอำนาจหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย

5.ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา อีกทั้งบริการสาธารณะที่ชำรุดทรุดโทรม จะมีงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซม

6.มีกฎหมายจัดระเบียบชุมชนเป็นของตนเอง ซึ่งเรียกว่าข้อบังคับของหมู่บ้าน

7.สร้างความเป็นธรรมและพิทักษ์ความสะอาด ความปลอดภัยให้กับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

8.มูลค่าทรัพย์สินจะทวีเพิ่มขึ้นในระยะยาว ภายหลังจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว

9.คุณภาพชีวิตจะสดใส คือประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับภายหลังจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว

9 ข้อเสียในการไม่จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

1.คณะกรรมการหมู่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในการจัดระเบียบชุมชนของตนเอง เนื่องจากไม่ได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

2.คณะกรรมการหมู่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในการยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทย์ฟ้องร้องแทนสมาชิกในกรณีที่มีผลกระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกภายในหมู่บ้าน

3.การเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากท่านสมาชิก ไม่ได้รับความร่วมมือชำระค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการบริหารงานหมู่บ้าน

4.ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม/บำรุงรักษา ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา อีกทั้งการบริการสาธารณะที่ชำรุดทรุดโทรม

5.มูลค่าทรัพย์สินภายในหมู่บ้านจะลดลง จากที่เคยซื้อมาราคาแพง เวลาขายจะไม่ค่อยได้ราคา เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้านไม่ได้รับการดูแลรักษา

6.ผู้จัดสรรที่ดิน โอนทรัพย์สินที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคให้กับหน่วยงานราชการ เพื่อให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ทำให้ไม่สามารถควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านไว้ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะ บุคคลภายนอกสามารถผ่านเข้าออกได้ หรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทำให้ถนนหนทางชำรุดทรุดโทรม

7.ปัญหาความเดือดร้อนของท่านสมาชิกไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของท่านสมาชิกได้

8.พื้นที่ส่วนกลางสกปรกเลอะเทอะ ไม่มี ผู้ควบคุมดูแล รวมทั้งไม่มีงบประมาณในการ จัดจ้างพนักงานรักษาความสะอาด

9.เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ส่วนกลางมาเป็นพื้นที่ส่วนตัว หาบเร่ แผงลอย ของระเกะระกะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ปัญหาสุนัขที่มีเจ้าของและสุนัขจรจัดภายในหมู่บ้านถ่ายมูลเลอะเทอะ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทั้งหมดหลายๆ หมู่บ้านไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากไม่มีระเบียบควบคุมไว้อย่างชัดเจน

9 ข้อเสียในการไม่จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

1.คณะกรรมการหมู่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในการจัดระเบียบชุมชนของตนเอง เนื่องจากไม่ได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

2.คณะ กรรมการหมู่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในการยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทย์ฟ้องร้องแทนสมาชิกในกรณีที่มีผลกระทบ สิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกภายในหมู่บ้าน

3.การ เรียกเก็บค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากท่านสมาชิก ไม่ได้รับความร่วมมือชำระค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการบริหารงานหมู่บ้าน

4.ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม/บำรุงรักษา ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา อีกทั้งการบริการสาธารณะที่ชำรุดทรุดโทรม

5.มูลค่า ทรัพย์สินภายในหมู่บ้านจะลดลง จากที่เคยซื้อมาราคาแพง เวลาขายจะไม่ค่อยได้ราคา เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้านไม่ได้รับการดูแลรักษา

6.ผู้จัด สรรที่ดิน โอนทรัพย์สินที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคให้กับหน่วยงานราชการ เพื่อให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ทำให้ไม่สามารถควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยภาย ในหมู่บ้านไว้ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะ บุคคลภายนอกสามารถผ่านเข้าออกได้ หรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทำให้ถนนหนทางชำรุดทรุดโทรม

7.ปัญหา ความเดือดร้อนของท่านสมาชิกไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของท่านสมาชิกได้

8.พื้นที่ส่วนกลางสกปรกเลอะเทอะ ไม่มี ผู้ควบคุมดูแล รวมทั้งไม่มีงบประมาณในการ จัดจ้างพนักงานรักษาความสะอาด

9.เกิด ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ส่วนกลางมาเป็นพื้นที่ส่วนตัว หาบเร่ แผงลอย ของระเกะระกะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ปัญหาสุนัขที่มีเจ้าของและสุนัขจรจัดภายในหมู่บ้านถ่ายมูลเลอะเทอะ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทั้งหมดหลายๆ หมู่บ้านไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากไม่มีระเบียบควบคุมไว้อย่างชัดเจน

การจดทะเบียนนิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร
 
              ทนายวิรัช หรือ Tanaiwirat.com เห็นว่าเรื่องเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นเรื่องที่น่าสนใจเลยขอนำเสนอกับท่านผู้อ่านดังนี้
                        
             ผู้ซื้อหรือผู้อยู่อาศัยไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโครงการ มีมติจัดตั้ง“นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร” แล้วแต่งตั้งตัวแทนยื่นคำขอจด ทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด 
 
             หลังจากนั้นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรก็จะรับโอนทรัพย์สินส่วน กลางทรัพย์สินสาธารณูปโภคจาก “ผู้จัดสรร” หรือเจ้าของโครงการมาบริหารจัดการ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ในการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการดูแลจัดการ สาธารณูปโภคภายในหมู่บ้านจากสมาชิก แต่การทำงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ต้องอยู่ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งควบคุมโดยที่ ประชุมใหญ่ของสมาชิกผู้ซื้อบ้าน
             หน้าที่ของผู้อยู่อาศัย
             กฎหมายกำหนดว่าผู้ซื้อบ้านจัดสรร หรือที่ดินจัดสรรทุกรายจะ กลายเป็นสมาชิกนิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรรโดยอัตโนมัติ เพื่อร่วมเสนอแนะกฎเกณฑ์การอยู่อาศัย การใช้พื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ
คือ ต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน 
             และบ้านหลังไหน ยังไม่มีใครซื้อ ก็ให้เจ้าของโครงการหรือผู้จัดสรรทำหน้าที่เป็นสมาชิก แทน  ซึ่งหน้าที่สำคัญของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรคือการจ่ายเงินค่า ส่วนกลางเป็นรายเดือนแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อนำเงินที่ได้ไปบริหาร จัดการสาธารณูปโภค หรือทรัพย์สินส่วนกลาง อาทิ ถนน ท่อระบายน้ำ สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ สโมสร ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่สมาชิกหมู่บ้านสามารถใช้งานได้        
 
          หน้าที่ของกรรมการหมู่บ้านจัดสรร 
          กรรมการหมู่บ้านจัดสรรมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกหมู่บ้าน โดยทำ หน้าที่ในการกำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสาธารณูปโภคเช่นการ ใช้สโมสร การใช้สระว่ายน้ำ ฯลฯ กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการจราจรภายใน เช่น ห้ามส่งเสียงดังหลังเวลา 22.00 น. ห้ามเลี้ยงสัตว์ที่อาจเกิดอันตรายแก่เพื่อนบ้าน ห้ามจอดรถบนทางเท้า ฯลฯ แม้แต่การยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทก์ฟ้องแทนสมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่ กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกจำนวนตั้งแต่ 10 รายขึ้นไป เช่น มีคนนำรถบรรทุกมาปิดทางเข้าหมู่บ้าน หรือความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น น้ำเน่า เสียงดังจากโรงงานที่อยู่ใกล้เคียงหมู่บ้าน และอื่นที่นำมาซึ่งความเสียหาย ของสมาชิก 
           ผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจึงจำเป็นต้องเป็นผู้เสีย สละ มีจิตสำนึกสาธารณะ ทำงานด้วยความโปร่งใส  และกรณีกระทำการทุจริตต่อเงินของสมาชิก ก็ต้องรับผิดในข้อหายักยอกด้วย
                ค่าส่วนกลาง 
                ค่าส่วนกลางโดยปกติเพื่อให้เกิดความยุติธรรมก็มักที่จะ กำหนดจากขนาดของพื้นที่ หรือ ประเภทของการใช้งาน  แต่ละบ้านก็อาจจะจ่ายค่าสมาชิกไม่เท่ากัน         
                เมื่อจ่ายค่าส่วนกลางล่าช้า 
                สมาชิกหมู่บ้านจ่ายเงินค่าส่วนกลางล่าช้า ก็จะถูกปรับตาม อัตราที่กำหนดจากที่ประชุมใหญ่  ถ้าค้างการชำระค่าส่วนเกิน 3 เดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค เช่นห้ามใช้สวนสาธารณะ แต่ก็ยังไม่ถึงกับการห้ามใช้ถนน หรือห้ามเอารถเข้า ออก หมู่บ้าน เนื่องจากเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของเขา และหากคุณค้างชำระค่าส่วนกลาง 6 เดือนขึ้นไปจะถูกระงับสิทธิในการจดทะเบียน เพื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จนกว่าคุณจะจ่ายค่าส่วนกลางหรือเงินค่าบำรุง รักษาและจัดการสาธารณูปโภคที่ค้างไว้จนหมดเสียก่อน
             
ขั้นตอนการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
(ตามมาตรา 70 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543)  ตามมาตรา 46 ของพรบ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543  กำหนดว่า  ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่จดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล
                ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีคณะกรรมการหมู่บ้านจัด สรร  เป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร   ตามกฏหมายและข้อ บังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของ สมาชิก
                คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้แทนขอนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
                สำหรับอำนาจและหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนั้น มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1)       กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์สาธารณูปโภค
(2)       กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการจราจรภายในที่ดินจัดสรร
(3)       เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่นิติ
             บุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิก
(4)        ยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทก์ฟ้องแทนสมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือ
             ประโยชน์ของสมาชิกจำนวนตั้งแต่สิบรายขึ้นไป
(5)       จัดให้มีบริการสาธารณะเพื่อสวัสดิการของสมาชิก  หรือจัดสรรเงินหรือทรัพย์สิน
            เพื่อสาธารณูปโภค
(6)                        ดำเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามกฏกระทรวง  ระเบียบของคณะกรรมการจัดสรร
             ที่ดินกลาง  หรือข้อบังคับของคณะกรรมการที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม
              พระราชบัญญัตินี้
               การดำเนินการตาม (1) (2) และ (5) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก
                ในส่วนของหน้าที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนอกจากที่ได้กล่าว ถึงข้างต้น  ตามมาตรา 48  ของ พรบ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 แล้วนั้นในกฏกระทรวง  ว่าด้วยการขอจดทะเบียนจัดตั้งการบริการการควบ  และการ ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ. 2543  ในข้อ 17 กำหนดให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องรายงานกิจการ งบดุล บัญชีรายรับรายจ่าย  ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการภายในสาม เดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีและประกาศรายงานดังกล่าวโดยเปิดเผยให้สมาชิก ทราบด้วย
                ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบ กิจการ  การบัญชี  และการเงิน  ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามที่คณะกรรมการ กำหนด
 
หมายเหตุ  คณะกรรมการ  หมายถึง คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร  และคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด (ตามคำนิยามในมาตรา 4  ของ พรบ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543)

ขั้นตอนการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฏหมายอื่น

(ตามมาตรา 44 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543)  

ก. ผู้จัดสรรที่ดินที่ มีความประสงค์จะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อ การจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามที่ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ(ม.23(5))และมีผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่ น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยตามแผนผังโครงการจัดสรรที่ดินแล้วต้อง ดำเนินการดังนี้

การดำเนินการ(ระเบียบ ฯ ข้อ 5,11)  
1. จัดทำบัญชีทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ตามแผนผังโครงการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาต ประกอบด้วยรายละเอียด  
    - หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง  
    - จำนวนเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าเงินที่ทำสัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค (ร้อยละเจ็ดของประมาณการค่าจัดทำสาธารณูปโภคทั้งโครงการตามราคาค่าก่อสร้าง กลางของทางราชการในขณะทำสัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคซึ่งไม่รวม ค่าจัดทำระบบไฟฟ้าและประปา)  
   - ระบุให้ทราบว่าบริการสาธารณะใดบ้างที่ประสงค์จะโอนให้

            2. แจ้งให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร (ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นปัจจุบัน) ทุกรายทราบ พร้อมบัญชีทรัพย์สินตามข้อ 1 เพื่อดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดัง กล่าวไปจัดการดูแลบำรุงรักษา โดยกำหนดระยะเวลาให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรต้องจัดตั้งนิติบุคคล ฯ ดังกล่าวและรับโอนทรัพย์สินตามบัญชีให้แล้วเสร็จ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรายสุดท้ายได้รับแจ้ง การแจ้งดังกล่าวให้ทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังภูมิลำเนาของ ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร

              3. ประกาศในหนังสือพิมพ์ซึ่งแพร่หลายในท้องถิ่นนั้นไม่น้อยกว่าสามวัน

              4. ปิดประกาศสำเนาหนังสือแจ้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและบัญชีทรัพย์สินที่เป็น สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะไว้ในที่เปิดเผย ณ บริเวณที่ดินที่ทำการจัดสรรตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุในหนังสือแจ้งโดยต้องมี ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนลงลายมือชื่อเป็นพยาน  ทั้ง นี้ ให้ถือว่าผู้ซื้อที่ดินจัดสรรได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดินในวันที่ผู้จัด สรรที่ดินได้ดำเนินการดังกล่าวทั้ง 3 ประการ คือ ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ประกาศในหนังสือพิมพ์ และปิดประกาศครบถ้วนแล้ว
             5. อำนวยความสะดวกในด้านเอกสารบัญชีรายชื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและสถานที่ ประชุมตามสมควรแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในการดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่ บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

                 ข. ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรที่มีความประสงค์จะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเมื่อได้รับแจ้งจากผู้จัดสรร

ที่ดินตามข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้น เพื่อรับโอนทรัพย์สินตามข้อ 1 ไปจัดการดูแลและบำรุงรักษาจะต้องดำเนินการดังนี้ 

                      การดำเนินการ (ระเบียบ ฯ ข้อ 6,7)

                 1.จัดให้มีการประชุมผู้ซื้อที่ดินจัดสรร เพื่อมีมติจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและแต่งตั้งตัวแทนยื่นคำขอจด ทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรพร้อมด้วยข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (มติดังกล่าวต้องมีผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน แปลงย่อยที่จัดจำหน่ายตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตลงคะแนนเสียงให้ จัดตั้ง และในการลงคะแนนเสียง ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรแต่ละแปลงมีเสียงเท่ากับหนึ่งคะแนนเสียง และหากได้แบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยตามแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาตออกไปอีก ให้ถือว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์แปลงคงเหลือและแปลงที่ได้แบ่งแยกออกไปมีเสียงรวม กันเท่ากับหนึ่งคะแนนเสียง เช่นเดียวกับเจ้าของรวม

                  2.จัดทำข้อบังคับที่มีรายการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดตั้งการบริหาร การควบ

และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ.2545 ข้อ 3 ซึ่งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรมีมติให้ความเห็นชอบในที่ประชุม

                    - ข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้

                       1. ชื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

                       2. วัตถุประสงค์

                       3. ที่ตั้งสำนักงาน

                       4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการ การเลือกตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การเริ่มดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรซึ่งต้องประชุมอย่างน้อยปีละสอง ครั้ง

                       5. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงาน การบัญชี และการเงิน

                       6. ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

                       7. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่

                       8. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ

                       9. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

                  3. จัดทำรายงานการประชุมทุกครั้งที่มีการประชุม

                 4. ตัวแทนผู้ได้รับแต่งตั้ง ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต่อเจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(กฎกระทรวง ข้อ 2)

                         - รายงานการประชุมของผู้ซื้อที่ดินจัดสรร (จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อย

ตามแผนผังโครงการ) ที่มีมติให้จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เห็นชอบข้อบังคับ และแต่งตั้งตัวแทนในการ

ยื่นคำขอจดทะเบียน

                       -  สำเนาข้อบังคับ (ตามข้อ 2)

                       - หลักฐานการรับแจ้งให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและระยะเวลาที่

ผู้จัดสรรที่ดินกำหนดให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรดำเนินการ- บัญชีที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้ มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาต พร้อมสำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่เกี่ยวข้อง

                 5. เมื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรสามารถดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน จัดสรรได้แล้ว ให้ดำเนินการดังนี้ (ระเบียบ ฯ ข้อ 9)  
                      - แจ้งให้ผู้จัดสรรที่ดินทราบพร้อมกำหนดวันจดทะเบียนโอนทรัพย์สินและส่งมอบเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบตามบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว  
ทั้งหมดต้องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนดในหนังสือแจ้ง

      - ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร กรณีที่ดินจัดสรรแปลงย่อยที่ยังไม่มีผู้ใดซื้อ หรือได้โอนกลับมาเป็นของผู้จัดสรรที่ดิน ให้ผู้จัดสรรที่ดินเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (มาตรา 47)

- ให้แสดงหนังสือสำคัญการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (กฎกระทรวง ฯ ข้อ 8 วรรคท้าย)  

ค.พนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องดำเนินการดังนี้ (กฎกระทรวง ฯ ข้อ 4,5,6,7,8)

       1. เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาได้รับคำขอ จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 4 ข้างต้นแล้วให้พิจารณาความถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายของเอกสารและรายการดังต่อ ไปนี้

-  คำขอและเอกสารหลักฐาน

-  สำเนาข้อบังคับ

-  วัตถุประสงค์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

       2. กรณีพิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไม่อยู่ในหลัก เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้สั่งไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

       3. กรณีพิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารและรายการตามข้อ 1 ไม่ถูกต้องให้แจ้งผู้ขอแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องภายในเวลาทีกำหนดซึ่งต้อง ไม่น้อยกว่าสิบห้านับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เมื่อผู้ขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จึงพิจารณาดำเนินการตามข้อต่อไป

4. เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาพิจารณาคำขอ แล้วเห็นว่าเอกสารและรายกตามข้อ 1. ถูกต้องครบถ้วน ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้ปิดประกาศคำขอไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนัน แห่งท้องที่สำนักงานหรือที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งที่ดินนั้น ตั้งอยู่และบริเวณที่ทำการจัดสรรแห่งละหนึ่งฉบับ มีกำหนดสามสิบวัน

5. เมื่อครบกำหนดระยะเวลาและไม่มีผู้คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดิน

สาขาสั่งรับจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตาม ที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดตั้ง การบริหาร การควบ และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ.2543 ข้อ 8 วรรค 3

6. กรณีมีผู้คัดค้านภายในกำหนดระยะเวลา โดยอ้างเหตุว่าการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาตรวจสอบข้อ เท็จจริงและสรุปเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาโดยเร็วเมื่อคณะกรรมการพิจารณา เห็นเป็นประการใด ให้แจ้งผู้คัดค้านและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขาทราบภายในสิบห้าวัน

                     - หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการคัดค้านดังกล่าวเป็นเหตุให้การจดทะเบียนจัดตั้ง นิติบุคคล ฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่งยกเลิกคำขอจด ทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนั้น

                     - หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการคัดค้านไม่เป็นเหตุทำให้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่ บ้านจัดสรรไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่งรับจด ทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  

                 ง. ผู้จัดสรรที่ดินที่มีความประสงค์จะจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเมื่อได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน ตามข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้นและมีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอนทรัพย์สินตามที่ได้รับแจ้งจาก ผู้จัดสรรที่ดินไปจัดการดูแลและบำรุงรักษา จะต้องดำเนินการดังนี้

                  การดำเนินการ (ระเบียบข้อ 10)

                  1.จัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอน ทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัด สรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตไปจัดการดูแลและบำรุงรักษา ทั้งนี้ นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นนั้นจะต้องมีสมาชิก ผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเท่านั้น และในการลงคะแนนเสียง ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรแต่ละแปลงมีเสียงเท่ากับหนึ่งคะแนนเสียง และหากได้แบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยตามแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาตออกไปอีก ให้ถือว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์แปลงคงเหลือและแปลงที่ได้แบ่งแยกออกไป มีเสียงรวมกันเท่ากับหนึ่งคะแนนเสียงเช่นเดียวกับเจ้าของรวม (ระเบียบ ฯ ข้อ 7)    

                   2. เมื่อสามารถจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว ให้นิติบุคคลดังกล่าวดำเนินการให้มีสมาชิกผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยที่จัดจำหน่ายตามแผนผังโครงการ

                   3. แจ้งให้ผู้จัดสรรที่ดินทราบพร้อมกำหนดวันจดทะเบียนโอนทรัพย์สินและส่งมอบ จำนวนเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบตามบัญชี ทรัพย์สิน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดต้องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้จัดสรร ที่ดินกำหนดในหนังสือแจ้ง  

                                 จ. การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ม.51)

                     การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะให้แก่นิติบุคคลตามมาตรา 44 (1) ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากร

                     เงินที่นิติบุคคลตามมาตรา 44 (1) ได้รับจากผู้จัดสรรที่ดินหรือผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเพื่อนำไปใช้จ่ายในการ บำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค ให้ได้รับการยกเว้นภาษีอากร

                    ทั้งนี้ ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตาม แผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เมื่อได้จดทะเบียนโอนทรัพย์สินและส่งมอบจำนวนเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบ ตามบัญชีทรัพย์สิน ฯ ให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว (ระเบียบ ฯ ข้อ 12)



จำเป็นด้วยหรือหมู่บ้านจัดสรรต้องจดทะเบียนนิติบุคคล


        ตกแต่งบ้านสวยงามและราคาแพงแค่ไหนไม่สำคัญถ้าสิ่งแวดล้อมภายในหมู่บ้านไม่ปลอดภัย

                  มา ช่วยกันการจัดการกับสาธารณูปโภคภายในหมู่บ้านของเราเพื่อคุณภาพชีวิตเรา เลือกได้ให้สมกับเป็น    ,,บ้านอันเป็นที่พักและที่รักของเราทุกคน ,,

มีอยู่ 3 วิธี ครับ

           1. เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านให้ แล้วดำเนินการเก็บค่าสาธารณูปโภคส่วนกลาง เช่นค่าไฟฟ้าแสงสว่าง ค่ายาม รปภ. ค่าเก็บขยะ เป็นต้น ในกรณีที่หมู่บ้านขายได้เกือบหมด ค่าจัดเก็บตัวนี้ไม่ใช่น้อยนะครับ และอยู่ที่เจ้าของโครงการหมู่บ้านฯ เป็นผู้ตั้งอัตราด้วย เช่นหมู่บ้านผมก็ห้องละ 180 บาท ส่วนหมู่บ้านของพรรคพวก ตารางวาละ 5 บาท ครับ        

        สำหรับคณะกรรมการที่เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรจัดตั้งให้มีบางหมู่บ้าน เมื่อมีการจัดเก็บเงินค่าส่วนกลางมากๆและนานหลายเดือนเข้าก็มักจะไม่โปร่งใส ไม่มีการแสดงรายการค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือแสดงแบบไม่ครบถ้วนรวมถึงมีสิทธิ์ขึ้นค่าส่วนกลางนี้ด้วย ลูกบ้านทำได้แค่มองตาปริบๆ หรือบ่นพึมพำ งึมงำ เท่านั้น ครับพอนานๆเข้าก็ไม่ให้ความร่วมมือกับกรรมการหมู่บ้านแล้วก็ล้มไม่มีกรรมการ มาบริหารงานทำให้ต่างคนต่างอยู่มีปัญหาต่างๆตามมามากมาย

         2. สมาชิกในหมู่บ้านรวมตัวกันมีเสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงทั้งหมด ( แปลงก็ 1 เสียง) ก็สามารถยื่นเรื่องกับกรมที่ดินเพื่อขอจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน โดยอาจจะเป็นการเลือกตั้งจากสมาชิกในหมู่บ้าน หรือจ้างบริษัทมาบริหารก็ได้ ซึ่งในการนี้ก็อยู่ที่ว่าสมาชิกที่เข้าร่วมขบวนการต้องการอย่างไร การตรวจสอบรายรับรายจ่ายสามารถทำให้โปร่งใสได้ หนักหนาสาหัสอยู่เรื่องเดียวก็คือ รวมตัวกันให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ครับ

        ทั้งสองวิธีข้างต้น สมาชิกในหมู่บ้านต้องเสียเงินค่าสาธารณูปโภคส่วนกลาง ซึ่งวิธีที่ 2 น่าจะเสียน้อยกว่า และสนองความต้องการของสมาชิกได้มากกว่าเพราะการออกข้อบังคับ/กฎกติกาต่างๆ สมาชิกเป็นผู้กำหนดเองให้ที่ประชุมใหญ่ เพราะสมาชิกของแต่ละหมู่บ้านไม่เหมือนกัน

         3. วิธีนี้สมาชิกในหมู่บ้าน ไม่ต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางเลย วิธีนี้คือการโอนสาธารณูปโภคทั้งหมดให้ อบต. เทศบาล หรือทางเขต เข้ามาดูแล ซึ่งดูน่าจะดีนะครับ ต่างคนต่างอยู่ ใครจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีกฎกติกาประจำหมู่บ้าน ถนน ไฟฟ้าแสงสว่าง จะชำรุดเสียหาย ก็รอความกรุณาจากหน่วยงานที่รับโอนมาซ่อมแซม (หากมีงบประมาณนะครับ เพราะยังมีหมู่บ้านเก่าๆ อีกมากที่ต้องดูแล) ใครทุกคนก็มีสิทธิ์เข้ามาจอดรถหรือทำอะไรในหมู่บ้านก็ได้ ไม่มียามเพราะไม่มีคนจ้างครับ ค่าเก็บขยะแต่ละบ้านก็จ่ายกันเองนะครับ

  ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหมู่บ้านเก่าที่เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรได้ ยื่นจดทะเบียนต่อที่ดินกลางหรือจังหัวดพื่อก่อสร้างก่อนปี 2543 หรือยังใช้กฎหมายคณะปฎิวัต ปว.286

        มาตรา 45 การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยตามแผนผัง โครงการมีมติให้จัดตั้ง และแต่งตั้งตัวแทนยื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา พร้อมด้วยข้อบังคับที่มีรายการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งอย่างน้อย ต้องมีรายการดังต่อไปนี้
    (1) ชื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
    (2) วัตถุประสงค์
    (3) ที่ตั้งสำนักงาน
    (4) ข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการ การเลือกตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร
    (5) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงาน การบัญชี และการเงิน
    (6) ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
    (7) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ การขอจดทะเบียนจัดตั้ง การควบ การยกเลิก และการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้เป็นไปตามหลัก เกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

     มาตรา 46 ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ที่จดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมี คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตาม กฎหมายและข้อบังคับของ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกคณะ กรรมการหมู่บ้านจัดสรร เป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก

     มาตรา 47 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามมาตรา 45 แล้ว ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกรณีที่มี ที่ดินจัดสรรแปลงย่อยที่ยังไม่มีผู้ใดซื้อหรือได้โอนกลับมาเป็นของผู้จัดสรร ที่ดินให้ผู้จัดสรรที่ดินเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
     มาตรา 48 เพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
    (1) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของสาธารณูปโภค
    (2) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการจราจรภายในที่ดินจัดสรร
    (3) เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิก (ค่าส่วนกลาง)
    (4) ยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทก์ฟ้องแทนสมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกจำนวนตั้งแต่สิบรายขึ้นไป
    (5) จัดให้มีบริการสาธารณะเพื่อสวัสดิการของสมาชิก หรือจัดสรรเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์
    (6) ดำเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ระเบียบของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง หรือ ข้อบังคับของคณะกรรมการที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้

การดำเนินการตาม (1) (2) และ (5) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก

      มาตรา 49 ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค ให้จัดเก็บเป็นรายเดือนจากที่ดินแปลงย่อยในโครงการจัดสรรที่ดินทุกแปลง ทั้งนี้ อาจกำหนดค่าใช้จ่ายในอัตราที่แตกต่างกันตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือ ขนาดพื้นที่ได้ตามระเบียบที่กำหนดและการแก้ไขอัตราค่าใช้จ่ายในการบำรุง รักษาและการจัดการสาธารณูปโภค จะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก 

     หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการ สาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด

     มาตรา 50 ผู้มีหน้าที่ชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคที่ชำระเงินดัง กล่าวล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด จะต้องจ่ายค่าปรับสำหรับการจ่ายเงินล่าช้าตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

      ผู้ที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่ สามเดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค และในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรร ของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการที่ดินกลางกำหนด

      ให้ถือว่าหนี้ค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคเป็นหนี้บุริมสิทธิในมูลรักษาสังหาริมทรัพย์เหนือที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระ

                สำหรับรายละเอียดการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน Search จาก Google ในหัวข้อ "พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543"  อันนี้เอาไปอ่านเป็นน้ำจิ้มนะครับ อ่านมาตรา 50 ให้ดีๆ นะครับ ตรงประเด็นที่สุด

       ปล.หมู่บ้านไหนที่มีปัญหาการรวมตัวสมาชิกจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แล้วไม่สำเร็จแวะมาคุยกันได้นะครับที่หมู่บ้านผมกว่าจะจัดตั้งได้ 5 ปี 


การบริหารจัดการ หมู่บ้านจัดสรรภายหลังสิ้นสุดการดูแลของบริษัทบ้านจัดสรร
รูปแบบการบริหารจัดการโครงการหมู่บ้านจัดสรร อย่างที่มีการบริหารจัดการอยู่ปัจจุบัน ก็มีอยู่ 4 วิธี ดังนี้
1. การให้บริษัทจัดสรรเดิม บริหารจัดการต่อไป
2. การจ้างบริษัทรับบริหารจัดการ เข้ามาดูแลใหม่
3. การยกพื้นที่ในหมู่บ้านเป็นสาธารณะ ให้สำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. เป็นผู้ดูแล
4. การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตาม พรบ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ขึ้นมาบริหารจัดการ
ส่วนใหญ่แล้ววิธีที่1 บริษัทจัดสรรเดิมนั้น ไม่ค่อยรับบริหารต่ออยู่แล้วเนื่องจากบริษัทดังกล่าวจะต้องหากำไรสูงสุด จึงมุ่งไปในการผลิตโครงการใหม่ขึ้นมาดีกว่า
วิธีที่2 ตอนนี้ยังมีบริษัทที่รับบริหารจัดการหมู่บ้านจัดสรร ที่มีประสบการณ์ค่อนข้างน้อย หรือ แทบจะไม่ค่อยมีเลยก็ว่าได้ เท่าที่มีก็เฉพาะอาคารใหญ่ๆ
วิธีที่3 เป็นวิธีที่พบมากที่สุดในยุคก่อนมี พรบ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เนื่องจากไม่ต้องหาผู้รับผิดชอบใดๆ ผลักภาระดังกล่าวให้กับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. ดูแล การจัดเก็บค่าส่วนกลางก็ไม่มี มีแต่ค่าใช้จ่ายทั่วๆ ไป เช่น ค่าขยะ ค่าภาษีบำรุงท้องที่ เท่านั้น
วิธีที่4 เป็นวิธีใหม่ที่หน่วยงานของรัฐที่คิดวิธีนี้คิดว่าเป็นวิธีที่ผลักภาระได้ดู ดีที่สุด ทั้งที่เราเสียภาษีให้กับท้องที่? โดยได้บรรจุไว้ใน พรบ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้จัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมามีบทบาทและหน้าที่ในนามคณะ กรรมการหมู่บ้านในการบริหารจัดการ เพื่อให้มีการบริหารจัดการเอง เช่น การรักษาความปลอดภัย ความสะอาด การจัดเก็บขยะ การดูแลสาธารณูปโภค และทรัพย์สินส่วนกลาง ตลอดจนการดูแลข้อระเบียบการอยู่ร่วมกัน
บริษัทบ้านจัดสรรได้ผลประโยขน์อะไรจาก การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
1. บริษัทบ้านจัดสรรโยนหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ซื้อ (นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร) เป็นฝ่ายดูแลรับผิดชอบแทนทั้งหมด
2. บริษัทบ้านจัดสรรมีหน้าที่จ่ายค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ เฉพาะแปลงที่ดินซึ่งยังไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้บุคคลภายนอกเท่า นั้น
3. บริษัทบ้านจัดสรรจะได้รับเงินประกันคืนจากกรมที่ดิน ซึ่งสำหรับหมู่บ้านขนาด 100 หลังขั้นไป ก็จะเป็นหลักล้านเลยทีเดียว เพราะตาม พ.ร.บ.การจัดสรร พ.ศ. 2543 เจ้าของโครงการต้องมี "แบงก์การันตี" เพื่อสร้างสาธารณูปโภคก่อนขายโครงการ 15% ของมูลค่าก่อสร้าง เมื่อสร้างแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจการใช้งานผ่านแล้ว จึงสามารถเอาแบงก์การันตี 15% คืนได้ แต่ยังต้องมีแบงก์การันตีไว้อีก 7% ของมูลค่าสาธารณูปโภคเพื่อบำรุงรักษาสาธารณูปโภคของโครงการ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ มีผู้อยู่อาศัยจนถึงตามกำหนดต้องส่งมอบสาธารณูปโภคให้นิติบุคคลดูแลต่อไป และต้องโอนเงิน 7% ดังกล่าวเข้าบัญชีนิติบุคคลทันที จึงคุ้มกับการที่บริษัทบ้านจัดสรรจะใช้ทุกวิธี แม้แต่การใช้นอมินี เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้สำเร็จจนได้
หลากหลายปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร” ที่ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ควรรู้...
ปัญหา การร้องเรียนที่เกิดภายหลังการจัดตั้งนิติบุคคลนับวันจะเพิ่มขึ้น เช่น ข้อมูลการร้องเรียนทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค [สคบ.] (2546) พบว่าคำร้องเรียนทางจดหมายเกี่ยวกับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปัญหามักเกี่ยวกับ
1 ค่าซ่อมสาธารณูปโภค ใครควรจ่าย: ปัญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกโครงการกับการที่ บริษัทบ้านจัดสรร จะต้องส่งมอบสาธารณูปโภคต่างๆ พื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่นิติบุคคลที่มีลูกบ้านเป็นผู้ดูแล คือ ลูกบ้านไม่รับโอน เนื่องจากไม่พอใจในสาธารณูปโภคที่ไม่คงเดิม ถนนแตกร้าว ระบบท่อน้ำ และอื่นๆ เริ่มมีปัญหา โดยในกรณีที่บริษัทบ้านจัดสรร ก็มักให้เหตุผลว่า ลูกบ้านเองก็ได้ใช้สาธารณูปโภคส่วนกลาง และเมื่อเกิดการใช้งานย่อมเสื่อมสภาพตามเวลา ซึ่งเหตุผลนี้ ลูกบ้านก็จะโต้กลับทันทีว่า สาธารณูปโภคไม่น่าจะเสียหายในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะมีการใช้งาน แต่เป็นเพราะมีรถขนาดใหญ่ของงานก่อสร้างบริเวณโครงการด้านในซึ่งก่อสร้าง แล้วเสร็จทีหลัง เข้าออก มากกว่าที่ทำให้ถนนเสื่อมสภาพเร็ว ไม่ใช่การใช้งานปกติของผู้อยู่อาศัย
เทคนิคของบริษัทบ้านจัดสรร ก็จะพยายามผลักดันให้มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โดยอาจเป็นนอมินี เพื่อมารับมอบสาธารณูปโภคแต่โดยดี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อตัดภาระค่าดูแลสาธารณูปโภคที่ชำรุด โดยผลักมาให้เป็นภาระจากเงินกองกลางนิติบุคคลแทน โดยสังเกตได้จากความเอื้ออารี เต้นท์ เก้าอี้ ไมค์ ฯลฯ ตลอดมา นิติบุคคลที่ดีย่อมทวงถามให้บริษัทบ้านจัดสรร จัดการซ่อมแซมทรัพย์สินสาธารณะเช่น ถนน ท่อน้ำ ฯลฯ ให้เรียบร้อย แต่ที่เป็นจริงก็คือ มีการซ่อมผิวถนนด้านหน้าและเว้นไปทำด้านหลังสุดอย่างประหลาด ผิวถนน ด้านในถัดมา ยังคงแตกเป็นเส้นๆ น่าเกลียดน่ากลัว นอกจากนี้ภายหลังการโอนทรัพย์สินส่วนกลาง บริษัทบ้านจัดสรรจะได้รับเงินประกันคืนจำนวนหลายล้านบาท จากกรมที่ดิน ซึ่งตามปกตินิติบุคคลสามารถเจรจาให้บริษัทบ้านจัดสรรมอบบางส่วนไว้สำหรับ เป็นกองทุนเพื่อดูแลสาธารณูปโภค แต่อนิจจานิติบุคคลที่แสนดีนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
2 การบ้าอำนาจของคน เมื่อมีบุคคลอันไม่ทราบหัวนอนปลายเท้า เข้ามาเป็นกรรมการหมู่บ้าน กรรมการเหล่านี้เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงหรือไม่ หากติดกู้ธนาคาร ใช่คนที่ทำสัญญากู้หรือไม่ กู้แล้วทิ้งหรือโดนแบงค์ยึดหรือยัง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกตรวจสอบแต่อย่างใด หรือเค้าอาจเป็นนอมินีของบริษัทบ้านจัดสรร หรือมิฉาชีพปะปนมาก็ได้ เพราะใช้กริยาวาจาเสียงดัง ข่มขู่ พูดจาเหมือนคนไร้การศึกษา ไม่เคารพความเป็นคนของผู้อึ่น ทั้งที่เป็นสามัญชนคนธรรมดา มิได้มีอำนาจใดๆตามกฎหมาย มาทำการจัดเก็บเงินค่าส่วนกลาง เงินที่จัดเก็บมาอ้างว่าเข้าบัญชีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แต่ไม่มีหลักฐานการเปิดบัญชี (คงเป็นเพราะเปิดบัญชีนิติบุคคลฯไม่ได้ เพราะทะเบียนนิติบุคคลที่จดไว้ ยังไม่มีชื่อกรรมการ) แถมยังออกบิลเงินสด พอโดนทักท้วง ก็เลยไปทำตรายางมาประทับให้เห็นว่าเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พอตบตาพวกไม่รู้ประสีประสาไปได้ แท้ที่จริง บิลที่ไม่มีเลขที่ มันก็คือเศษกระดาษที่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานใดๆได้ เพราะสามารถปลอมได้ การเสียสละมาช่วยเก็บเงินก้อนโต โดยไม่มีบัญชีนิติบุคคลฯ แนวโน้มส่อความไม่โปร่งใส เนื่องจากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการถาวร ยังไม่มีการแสดงรายการค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ชัดเจน หากอนาคตเงินหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ลูกบ้านทำได้แค่มองตาปริบๆ หรือบ่นพึมพำ งึมงำ เท่านั้น พอนานๆเข้า ก็อึมครึม จนทุกคนก็ไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ล้มครืน จนไม่มีกรรมการหน้าไหนอยากเข้ามารับช่วงบริหารงาน การมีเงินอยู่ในมือกรรมการนอกจากจำนวนมากเท่าที่เคยเห็นมีแต่ผลเสีย และเมื่อเสียหายแล้วสมาชิกมักไม่รู้เรื่องหรือถ้าทราบก็ไม่กล้าพูดมาก จนกลายเป็นเรื่องจ่ายเพื่อตัดความรำคาญ ซื้อความสบายใจไปที
3 การที่สมาชิกไม่ยอมจ่ายส่วนกลาง จากผลการศึกษาทางรัฐศาสตร์เรื่องประชาธิปไตยโดยตรง จึงขอสรุปว่าสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรทุกแห่งพร้อมที่จะร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายในการ บำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคทั้งนั้น แต่ต้องถูกต้องโปร่งใสชัดเจน ให้เกียรติแก่สมาชิกในการมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูล ไม่ทำเหมือนเขาเป็นตัวอะไร ทุกครั้งที่ได้ยินว่าสมาชิกหมู่บ้านเลวร้ายไม่ยอมจ่าย มักมองเห็นคนที่ไม่มีความคิด เพียงแต่ใช้ปากพูดนินทาว่าร้ายให้ผู้อื่นเสียหาย ทั้งที่น่าจะหันกลับไปมองกรรมการหมู่บ้านว่ามีลักษณะอย่างไร ทำอย่างไรสมาชิกทุกคนจึงยินดีจ่ายด้วยความเต็มใจ หากให้ความกระจ่างชัดเจนมีหลักฐาน ไม่โมเมหรือไม่บอกความจริงอย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้จ่ายเงินทุกรายการ ต้องให้สมาชิกรับทราบโดยพร้อมเพรียง ยึดถือและเคารพในมติสมาชิกกรรมการ มีหน้าที่ทำตามมติจริงๆ ไม่ใช่แค่ในฝันเท่านั้น
4 การจ้างเหมายาม แม่บ้าน ช่างสวน: มีการเบียดบังเอาประโยชน์เฉพาะตน เช่น บางหมู่บ้านจ้างยามที่เป็นคนใกล้ชิดกับกรรมการบางคน เพื่อใช้งานส่วนตัวเป็นวินมอเตอร์ไซค์ เป็นคนรับลูกกลับจากโรงเรียน หรือช่วยนอนเฝ้าถึงในบ้านระหว่างที่ไม่อยู่ นี่ยังไม่นับพนักงานทำความสะอาด และช่างสวน อีกที่ไม่รู้ว่าได้ค่าจ้างเดือนละกี่หมื่น แล้วหักเป็นค่าหัวคิวอีกเท่าไหร่ พวกคนหาเช้ากินค่ำกลับมืด มักตามืดมัวไม่เคยทราบว่ามีคนนั่งนอนนับเงินสบายใจขณะที่เราต้องทำงานหลังขด หลังแข็ง จ่ายเงินให้คนเสวยสุข แล้วก็ยิ่งทุกข์เมื่อบ้านเราโดนงัด ข้าวของก็โดนขโมย หาความปลอดภัยไม่ได้ซักนิด
5 การใช้ พรบ.จัดสรรที่ดิน 2543 มาอ้างความชอบธรรม ก็เป็นที่ชอบอกชอบใจของคนที่เป็นกรรมการที่มีความพอใจกับอำนาจนิยม โมเมเหมาว่ากฎหมายให้กรรมการมีอำนาจกระทำการใดๆก็ได้ ยิ่งชาวบ้านที่ไม่ได้อ่านหรือไม่เข้าใจกฎหมายนี้ กรรมการได้ทีหลอกจูงสมาชิกไปไหนๆให้เป็นที่สนุกสนาน หลอกให้สมาชิกมาประชุม โดยไม่ให้รายละเอียดวาระการประชุม เพื่อทำทีเป็นร่วมออกตั้งกฎตั้งข้อบังคับ ทั้งที่ไปจัดทำเอง ที่เรียกให้มาประชุมก็แค่ต้องการให้ลงชื่อร่วมประชุมเสร็จก็เหมาะลายเซ็นว่า สมาชิกลงมติเป็นเอกฉันท์ ไม่ต้องส่งข้อบังคับจดทะเบียนต่อกรมที่ดิน (ตามกฎกระทรวง 7) ให้ใครดูทั้งนั้น ต้องการจดทะเบียนให้เสร็จเท่านั้น แล้วก็ใช้บังคับตามกฎหมายได้อย่างสบาย เงินที่เก็บมาเกินก็ใช้จ่ายกันสบาย เช่น อาจจะใช้เพื่อเลี้ยงรับรองกันในหมู่กรรมการ เอาไว้ใช้เงินช่วยงานทำบุญงานศพส่วนตัวก็ได้ ใครจะไปรู้ได้ ซึ่งไม่อยู่ในกรอบ พรบ.ที่ดิน 2543 ไม่มีคนอยากยุ่ง ไม่มีการตรวจสอบ พอสอบถามกรมที่ดินทั้งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง คณะอนุกรรมการจัดสรรที่ดินฯ ได้ความว่าเขาไม่หน้าที่เข้าไปจัดการ จดแล้วก็แล้วกัน หมดภาระเค้าแล้ว จะต้องฟ้องศาลเอาเอง อะไรอะไรก็ต้องฟ้องศาลเอง
6 การไม่รายงานกิจการ งบดุล บัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวด การบัญชีและประกาศรายงานดังกล่าวโดยเปิดเผยให้สมาชิกทราบ ซึ่งเป็นไปตามตามกฏกระทรวง ว่าด้วยการขอจดทะเบียนจัดตั้งการบริการการควบ และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ. 2543 ในข้อ 17 ซึ่งกำหนดให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องรายงานกิจการ งบดุล บัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวด การบัญชีและประกาศรายงานดังกล่าวโดยเปิดเผยให้สมาชิกทราบด้วย และให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบกิจการ การบัญชี และการเงิน ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามที่คณะกรรมการกำหนด จะเห็นได้ว่านิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่มีเจตนาไม่สุจริต ก็จะอ้างถึงแต่มาตรา 48 ของ พรบ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เท่านั้น เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บเงินจากลูกบ้าน สรุป เงินเท่านั้นที่ต้องการ การตรวจสอบไม่ต้องมีหรอกนะ ไม่บอกด้วยว่ามีอะไรที่ต้องทำ
7 มีความเป็นไปได้ถึงความไม่ชอบมาพากล และการรับสินบนการจัดตั้งนิติบุคคลจากบริษัทบ้านจัดสรร ที่จะยอมเสียเงินหลักแสนบาท จ้างเหล่ามิจฉาชีพ มากระทำการจัดตั้งเพื่อประโยชน์บางประการ อีกทั้งยังเอื้อถึงช่องทางในการหากินกับงบประมาณกองกลางอันหอมหวานในอนาคต อีกด้วย ดังเคยมีตัวอย่างมาแล้วจากในกรณีนิติบุคคลอาคารชุดที่ผู้บริหารเงินเหล่านี้ ทนความเย้ายวนของเงินที่ไม่มีคนตรวจสอบไม่ไหว จนต้องหอบเงินหนีไปเป็นคดีมากมาย สุดท้ายที่เหลือไว้ก็คือความชอกช้ำใจของเหล่าสมาชิกผู้รักความสงบ และขี้เกรงใจ / ลองพิจารณาดูเองละกันว่าจะทำงัยดีกับกรณีนี้ / หากจะจ่ายก็ต้องแน่ใจถึงความถูกต้องหลายๆอย่าง Are you sure?

   
หน้าแรก
สินค้า
เกี่ยวกับเรา
บทความ
ติดต่อเรา

     

//